-
25
Apr
วันนี้หลังจากได้ออกมาจากห้องอัดเสียง เพื่ออัดโซโลเพลง “อยากได้ยินว่ารักกัน” (อย่างไม่ได้ตั้งใจ) ในเวอร์ชัน ดา endorphin ที่กำลังจะออก… (เพลงนี้ สุวัธชัย สุทธิรัตน์ Produce) ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าออกเมือไหร่ พอดีไปนั่งเล่นบ้าน Producer อีกคนคือคุณ วัฒนกร ศรีวัง เขาก็อัดไปได้ 1 take แต่อยู่ๆ ก็ยื่นกีต้าร์มาให้ผม แล้วบอกว่า “อัดให้หน่อยสิ…” ผมก็เลยจัดไป ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เล่นกีต้าร์หากินมานานพอสมควร มัวแต่หากินออนไลน์ ก็พยายามจนโซโลไปเสร็จเรียบร้อย จากนั้น ก็ยื่นกีต้าร์คืน คุณ วัฒนกร เขาเดินไปหยิบกีต้าร์โปร่งเพื่ออัดต่อ… (อย่าเพิ่งปิดบล็อกนี้นะ คุณไม่ได้เข้ามาผิดบล็อกหรอก นี้บล็อกผมเอง อนุชา ลีวรกุล และนี่คือชีวิตอีกด้านของผมที่รู้จักกันอีกชื่อในนาม อนุชา แซ่ลี้ ที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังนัก)
ส่วนผมก็หยิบโน็ตบุ้คคู่ใจ ขึ้นมาเปิดดู Google Analytics เห็นสถิติบล็อก Digital Money Life วันนี้พุ่งสูงสุดเป็นวันละ 8,800 impression เพียงหลังจากเปิดบล็อกไปได้แค่ 5 เดือน ทำให้ยิ่งเกิดกำลังใจในการเพิ่มเนื้อหาในทุกคนได้อ่านกันมากขึ้น ทั้งๆ ที่จะทำไปฟรีๆ ไม่มีรายได้อะไร แต่ก็รู้สึกดี และก็นึกขึ้นได้ว่า ตั้งแต่เขียนหนังสือ iStock Photo ไป ยังไม่เคยเอามาเขียนในบล็อกนีบ้างเลย วันนี้เลยเอาข้อมูลรวมๆ จากภายเล่มมาปัดฝุ่นแล้วเรียบเรียงมาฝากกัน สำหรับช่างภาพ นักแต่งภาพดิจิตัล และผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพทั้งหลาย ที่ต้องการจะหาเงินกับสิ่งที่ตนเองชอบในโลกออนไลน์ (…)
ทางเลือกอันดับ 1 ในการขายภาพ: Stock Photo Agencies
คำว่า Stock Photo จะเป็นคำที่คุณจะได้เจออีกนับร้อยๆครั้งในหนังสือเล่มนี้ และเป็นวิธีที่เป็นพระเอกของทางเลือกในการขายภาพออนไลน์นั่นเอง คำว่า Stock Photo ก็คือภาพที่ถูกถ่ายหรือวาดไว้แล้ว และถูกเก็บเอาไว้ไม่ว่าจะในฮาร์ดดิสหรืออะไรก็ตาม เพื่อเอาไว้ใช้งานได้ทุกเมื่อๆต้องการได้ ซึ่งสิ่งที่จะตรงกันข้ามกับ Stock photo ก็คือการจ้างวานให้ถ่ายภาพให้นั่นเอง ดังนั้น Stock Photo จะเหมือนกับบะหมี่สำเร็จภาพ (หรือสำเร็จรูปก็ได้) ส่วนการการจ้างให้ถ่ายก็เปรียบได้กับอาหารตามสั่งนั่นเอง
ทางเลือกในการขายภาพออนไลน์แบบ Microstock หรือเว็บไซต์ Stock Photo นี้ เป็นทางเลือกที่เรียกได้ว่าดีที่สุด และเป็นที่นิยมที่สุดในหมู่ช่างถ่ายภาพทั้งสมัครเล่นและมืออาชีพทั่วโลกที่มองหารายได้จากการถ่ายภาพง่ายในโลกออนไลน์ แบบไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน
Stock Photo เป็นทางเลือกที่เหนื่อยน้อยที่สุด แค่ถ่ายภาพให้ชัดได้มาตราฐานที่สุด และที่สำคัญถ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วเอาภาพไปฝากไว้กับเว็บไซต์รับซื้อภาพที่มีอยู่มากมาย เช่น istockphoto.com, dreamstime.com ฯลฯ เพื่อเพิ่มโอกาสการทำเงินเข้ากระเป๋าคุณเอง จากนั้นก็รอรับเงินอย่างเดียว ทั้งหมดนี้ โดยคุณไม่ต้องมานั่งทำการตลาด หรือโปรโมท โฆษณาอะไรเองเลย อย่างที่หลายๆคนอาจจะรู้กันอยู่แล้วว่า การโปรโมทในโลกออนไลน์หรือทีเรียกกันว่า SEO ต่างๆ ที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเสียเวลาเสียเงินทองที่สุด ดังนั้นคุณแค่ฝากภาพและปล่อยที่เหลือให้เป็นหน้าที่เว็บไซต Stock Photo น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับช่างภาพที่ต้องการที่จะมีเวลาถ่ายภาพนะครับ ไม่ใช่เอาเวลาถ่ายภาพมานั่งคิดการตลาด
แต่นั้นยังไม่ใช่เรื่องทั้งหมดนะครับ มันยังมีอะไรมากกว่านั้นอีกนิดหน่อย ถ้าคุณต้องการจะทำเงินอย่างเป็นกอบเป็นกำจริงๆ มันจะมีสิ่งที่คุณจะต้องคำนึงถึงและรู้ด้วยว่า ภาพอะไรที่คนชอบโหลดเอาไปใช้งานกัน หรืองานแบบไหนบ้างที่ชอบซื้อภาพออนไล์ไปใช้งาน
ซึ่งก็สามารถรู้ได้ไม่ยากจากการเข้าไปยังเว็บไซต์รับฝากขายภาพต่างๆ แล้วดูยอดขายของภาพต่างๆ เพื่อเอามาวิเคราะห์ว่าภาพแบบไหนน่าจะขายดีที่สุด ดังเช่นลิงก์ต่อไปนี้:
อยากรู้ภาพอะไรขายดีในเว็บไซต์ Stock Photo เข้าไปที่:
submit.shutterstock.com/top100.mhtml
www.istockphoto.com/needed.php
รายชื่อเว็บบริการ Stock Photo:
www.istockphoto.com (xxxxx)
www.shutterstock.com (xxxxx)
www.bigstockphoto.com
www.fotolia.com
www.dreamstime.com
www.images.com
www.fotosearch.com
www.crestock.com (*)
www.shutterpoint.com
www.123rf.com
www.canstockphoto.com (*)
www.stockxpert.com (*)
www.luckyoliver.com
www.featurepics.com
www.albumo.com
www.snapvillage.com
www.gimmestock.com
www.galastock.com (**)
www.totallyphotos.com (**)
www.artlifeimages.com
www.reflexstock.com
* มีปัญหาเยอะ และทำเงินได้ยากกว่าที่อื่นๆ
** อยู่ให้ห่าง เพราะไม่จ่ายเงิน
xxxxx เว็บไซต์ที่นักเขียนและทุกคนแนะนำ
ทางเลือกอันดับ 2 ในการถ่ายภาพ: Store Front (เว็บไซต์คุณเอง)
ทางเลือกนี้จะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเงินจากการขายภาพออนไลน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่ต้องแบ่งใครเลย (ฟังดูน่าสนใจกว่าทางเลือก Stock Photo นะ แต่รอฟังให้จบก่อนครับ) การขายภาพด้วยการใช้ Store Front จะหมายถึงการเปิดร้านออนไลน์ของตัวเอง เพื่อขายภาพของคุณเองโดยเฉพาะ ไม่ว่าภาพของคุณจะเกิดมาจากการวาด (vector image, illustration) หรือภาพถ่ายก็ตาม แต่การจะได้มา ซึ่งการไม่ต้องแบ่งเงินใครนั้น มันก็จะต้องแลกด้วยความยากลำบากด้วย เนื่องจากคุณจะต้องเสียเงินเช่าโฮสติ้ง และค่าโดเมนเนมในการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือค่าเช่าร้านรายเดือนต่างๆกับบริการ Store Front สำเร็จรูป และที่แย่ไปกว่านั้น หรือแย่ที่สุด คือคุณต้องโปรโมทเว็บไซต์ในโลกออนไลน์เอง
เพราะการมีเว็บเป็นของตัวเองย่อมไม่เหมือนเว็บไซต์ Stock Photo ชื่อดังที่เค้าดังอยู่แล้ว มีคนเข้ามาอยู่แล้ววันละเป็นพันๆหมื่นๆคน และขอบอกไว้ก่อนเลยว่า การโปรโมทเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆก็ทำได้ มันต้องใช้ความรู้และความพยายามอดทนรอ ลองนึกภาพคู่แข่งดู คุณก็จะเข้าใจว่าทุกวันนี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมาวันละกี่ร้อยเว็บ (แค่เว็บขายภาพส่วนตัวอย่างเดียวนะ) คุณจะทำยังไงให้เว็บของคุณวิ่งแข่งกับคู่แข่งแล้วไปโผล่อยู่ในอันดับต้นๆของ Google ได้ ลองนึกดูว่ามันเป็นงานที่ช่างภาพควรจะมานั่งทำไหมเนี่ย แค่คิดก็เหนื่อยทันที
แต่สำหรับผู้ที่มีความพยายามที่จะโปรโมท หรือ มีวิชาความรุ้เรื่องการโปรโมทเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็ยังไม่หมดหวังซะทีเดียว ถ้าคุณต้องการมีร้านขายภาพออนไลน์ของตัวเอง สมัยนี้มีเครื่องมือต่างๆมากมายในการสร้างเว็บไซต์หรือบล็อกได้ง่ายๆ หรือแม้แต่ร้าน Store Front ขายภาพส่วนตัวสำเร็จรูปให้คุณเช่าได้ทันทีก็มี โดยคุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องสร้างเว็บไซต์อะไรเลย ก็สามารถมีร้านขายภาพออนไลน์ของตัวเองได้ด้วยค่าเช่าเดือนละไม่เกือบๆพันบาท (อันนี้แล้วแต่ที่ให้บริการ)
ถ้าคุณแน่ใจว่าคุณมีภาพมากพอ อย่างน้อยเป็นร้อยเป็นพันภาพพอที่จะเปิดร้านแบบ Store Front ได้ ทางเลือกการมีร้านของตัวเองนี้ก็น่าจะเหมาะสำหรับคุณทีเดียว และอย่าลืมว่า ยิ่งขาย ยิ่งได้เพิ่มโอกาสการได้เงิน ถ้าคุณจะขายภาพด้วยทางเลือกนี้ ควบคู่ไปกับการฝากภาพที่ Stock Photo ต่างๆ ในทางเลือกแรกก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการทำเงินเข้าไปอีก แต่ยังไงลองฝากขายภาพกับ Stock Photo ก่อนจะได้เรียนรู้ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน เวลาเปิดร้านเอง คุณจะได้รู้ว่าควรเก็บภาพแบบไหนเอาไว้ขายดี
รายชื่อเว็บบริการ Photo Store Front:
www.ifp3.com
www.photostockplus.com
www.thephototool.com
บทความทำเงินที่เกี่ยวข้อง:
Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.
- Published by JO-DML in: Stock Photo
- If you like this blog please take a second from your precious time and subscribe to my rss feed!




22 Responses to “หาเงินออนไลน์ด้วยกล้องดิจิตัล ภาพถ่าย Stock Photo”
ผมชอบตรงที่ คุณอนุชา สามารถหาช่องทางการทำเงินให้กับสิ่งที่ตัวเองชอบได้ฮะ
เล่มนี้ยังบ่ได้ซื้ออ่านนะ…เป็นของสำนักพิมพ์ tonework ใช่ไหมฮะ…โลโก้คุ้นๆ
อย่าบอกนะว่า โทนเวิร์ค เป็นสำนักพิมพ์ของคุณอนุชาด้วย… : )
@digislife ไอ้ที่ผมหางานที่ตัวเองชอบได้ตลอดเป็นเพราะว่าผมไม่ยอมที่จะทำงานที่ตััวเองไม่ชอบครับ ไม่ยอมคือ ยอมอดตายดีกว่าจะทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ หรือพูดอีกอย่างคือนิสัยไม่ดี ชอบเลือกงานครับ… สำนักพิมพ์นี้เป็นสำนักพิมพ์ของเพื่อนครับ ไม่ใช่ของผมครับ ผมคงไม่คิดจะหุ้นอะไรกับใครอีกนานหลังจากเจ็บมาหลายครั้งครับ ขอบคุณที่เข้ามาคุยกันครับ
อันที่จริง การมีไลฟ์สไตล์แบบคุณอนุชามันก็ดีไม่น้อยเลยครับ และผมเองก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง แต่..ปัญหามันติดอยู่ตรงที่ว่า “ชีวิตต้องทดแทน มีแค้นต้องปล่อยวาง” (เว่อไปนิด) ก็คือว่า อย่างที่บ้านผมทำกิจการ ทั้ง ๆ ที่ตัวผมเองรู้ดีว่า “ไม่ชอบ” “ไม่รัก” “ไม่ถนัด” แต่ถ้าไม่ช่วยทำ ก็จะกลายเป็น คนที่เห็นแก่ตัว ถึงแม้ ณ ทุกวันนี้ ผมจะทน ๆ ทำไปแบบเข้าทำนอง “ทำไปให้มันผ่านไปวัน ๆ” ชีวิตมันเลือกได้บ้าง แต่ก็มีบางอย่างที่อยากไม่เลือก แต่จำเป็นต้องเลือกครับ.. เห็นเค้าว่ากันว่า ถ้ามองหาสิ่งดีในสิ่งร้ายเจอ ก็จะมีความสุขได้เช่นกัน .. ผมเองก็อยากเห็นจังเลยครับ หรือทุกวันนี้ผมปิดตาไม่ยอมมองมันอยู่ก็ไม่รู้
@MadeMany มีชื่อที่เรียกง่ายๆ ไหมครับ ชีวิตผมทีแรกมันก็เป็นเหมือนกับคุณนั่นแหละครับ แต่อาจจะต่างที่คุณพ่อแค่ด่า และไม่ถึงกับบังคับอะไร เราต้องทำให้เขาเห็นว่าเราเอาตัวรอดได้ เมื่่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราก็จะเป็นอิสระเอง ทุกคนจะยอมรับกัน ชินกับไปเองตามกาลเวลาครับ เราแค่ต้องทำให้มันดูเป็นเรื่องปกติ อย่างทำให้มันดูเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่ผมพูดนี้หวังว่าคงเข้าใจนะครับ พี่ชายผม หนีออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก เพราะต้องเล่นดนตรีที่พ่อไม่ชอบ จากที่พ่อไม่อยากพูดถึง ตอนนี้พี่ชายผมมีชื่อเสียง หาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยดนตรี ทีพ่อผมเที่ยวเอาไปคุยกับใครๆ ว่าลูกดัง เห็นไหมครับ ผู้ใหญ่่ก็เป็นเช่นนี้แหละครับ เขาหวังดีกับเรา แต่ไม่รู้หรอกว่าอะไรที่ดีสำหรับเราที่สุด ถ้าเราทำสำเร็จ มีเหรอเขาจะไม่ดีใจ ไม่ลองไม่รู้ครับ
แต่แนะนำว่า ตอนนี้ วันนี้ มีงานทำ มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน ก็ถือว่าโชคดีกว่าคนมากมายแล้วครับ บางครั้งคุณอาจจะเกิดมาโชคดีก็ได้ แต่มองไม่เห็นเอง มีอะไรมาคุยกันได้ครับ ผมช่วยแนะนำได้้เสมอครับ
มีความรู้ดีๆมาแบ่งปันอีกแล้ว ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณที่แนะช่องทางทำเงินค่ะ
“แต่แนะนำว่า ตอนนี้ วันนี้ มีงานทำ มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน ก็ถือว่าโชคดีกว่าคนมากมายแล้วครับ”…เห็นด้วยกับประโยคนี้
ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ไม่มีอะไรเสมอใจเราใจเราหรอก…แต่ถ้ามองอีกด้าน ถ้าเราไม่มีทุกข์
เราก็จะไม่รู้ว่า ความสุขมันคืออะไร
@digislife ใช่ครับ ถูกต้องครับ แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างอยู่ที่มุมมองของเรา เราจะมองให้มันทุกข์หรือสุข ว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำ หรือผู้กระทำ มันขึ้นอยู่กับเราครับ เช่น ปัญหามา เห็นเป็นโอกาส หรือปัญหามาเห็นเป็น พระเจ้ากลั่นแกล้ง มองอย่างไรให้เรามีความสุขที่สุด นั่นแหละคือทางสว่างครับ
ขึ้นต้นโพสด้วย ” หาเงินออนไลน์ด้วยกล้องดิจิตอล ”
ทำไปทำมาจะกลายเป็นโพส ปรัชญา และธรรมะ เอาแล้วสิ…อิ อิ
สุดท้ายแล้วก็มาลงที่ ใจ ตัวเดียวฮะ…จะสุขหรือทุกข์ เราคือผู้กำหนดแหละ…ไปละ!
ว้าว.. มีทั้งคำแนะนำดี ๆ แถมยังมีความรู้ดี ๆ ตลอดเลยอ่ะ blog เนี้ย.. ชอบครับชอบ บางที การได้รับรู้มุมมองของคนอื่น ๆ ว่าเขาคิดยังไง คิดแบบไหน ใช้วิธีคิดยังไงที่ทำให้ตัวเองสำเร็จได้เนี่ย มันก็ดีกว่าการนั่งเทียนนึกเอาเองคนเดียวใช่มั้ยครับ แต่ยังไง ๆ ก็คงไม่มีอะไรถูกต้องและผิดไปซะหมด เราเองก็คงต้องรู้จักเอามาปรับให้เข้ากับตัวเราให้มากที่สุด อย่างเช่นที่คุณอนุชาบอกว่า พี่ชายหนีออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก แล้วตอนนี้มีชื่อเสียงนั้น ถ้าผมหนีตามอย่างอาจจะไม่เป็นแบบพี่ชายคุณอนุชาก็ได้ ผมว่า วันนี้ผมก็โชคดีระดับนึงแล้ว ที่ไม่ต้องไปนั่งขอทาน หรือ มีร่างกายไม่สมประกอบ แต่นั่นแหล่ะครับ เมื่อเกิดมามีโชคติดตัวตามแล้ว รู้จักทำให้มันเกิดประโยชน์ทั้งกับตัวเรา คนรอบข้าง และ สังคมด้วยหรือเปล่า เพราะถ้าเกิดแค่กับตัวเรา มันก็คงเท่านั้น ยกตัวอย่างดี ๆ เช่นคุณอนุชาไงครับ(ไม่ได้ยอนะครับ) ที่คุณสามารถหาเงินทางนี้เลี้ยงตัวเองได้ ก็ยังมาแนะนำคนอื่น ๆ อีกแบบไม่กั๊กวิชากันเลย แบบนี้เรียก Pay it forward ด้วยมั้งครับ จ่ายไปก่อนให้กับคนอื่น ๆ แล้วคนอื่น ๆ ที่ได้รับก็เอาไปจ่ายต่อ สังคมเราจะได้น่าอยู่ขึ้นมากกว่านี้ครับ.. โอยย.. ยาวไปแระ สงสารคนอ่าน.. อ้อ! เรียกผมง่าย ๆ ว่า ปั๊ม ก็ได้ครับ คราวหน้าผมจะไม่ใช้ชื่อ MadeMany ล่ะ ไม่รู้จะปิดบังตัวเองไปทำไม?
คุณ digislife ผมก็ได้อ่านคอมเม้นท์บ่อย ยินดีที่ได้รู้จักผ่านที่ตรงนี้นะครับ
บลอกนี้ต้องมี imp เพิ่มขึ้นอย่างหูดับตับไหม้ครับ อิอิ…..อย่างน้อยผมคนนึงล่ะ ถ้าเปิดเนต ก้อแวะมาบลอกนีุ้ทุกวันครับ
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันฮะคุณ Pump
จริงๆ แล้วผมยังใหม่มากสำหรับวงการนี้
ผมชอบที่นี่เพราะสไตล์การเขียนของคุณอนุชา…มันถูกกับจริตผมดีฮะ
และรู้สึกว่าที่นี่เป็นกันเองดีด้วย… : )
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามา ณ บล็อกแห่งนี้ครับ ผมจะพยายามอัปเดทให้บ่อยๆ ให้สมน้ำหน้า เอ้ย สมกับที่ทุกคนเข้ามาบ่อยๆ
สงสัยคุณ อนุชา คงต้องสร้าง category ใหม่เป็น ปรัชญา แล้วกระมังครับ อิ อิ
ปรัชญา ปิ่นแก้ว เหรอครับ? อ๋อ..ที่กำกับหนังเรื่อง สาระแนห้าวเป้ง ใช่มั้ยครับ..(ไปกันใหญ่แล้ว.. แค่มาแทรกเบรคอารมณ์กันหน่อยแค่นั้นเองครับ อย่าถือสานะครับ)
สงสัยปรัชญาปิ่นขยันนะ ผมว่า 55
เล่มนี้ผมก็เพิ่งได้อ่านครับ แต่เพื่อนผมนี่สิเค้าเป็นตากล้องอยู่แล้ว พออ่านเสร็จดีใจใหญ่ครับ แต่กว่าจะสมัครผ่าน istockphoto ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ภาพแก้แล้วแก้อีก สุดท้ายก็สมปราถนาได้ลงรูปขายซะทีแต่มาบัดนี้ก็ยังขายไม่ออกเลย แป่ว!หนังสือคุณอนุชาผมมีครบทุกเล่มครับ ชอบที่เปิดเผยดีไม่ค่อยเหมือนเล่มอื่นๆ
พยายามต่อไปครับ ไอ้มดแดง ทำไปเรื่อยๆ จะรู้เเองครับ ว่าทำยังไงให้มียอดขาย ต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง และอัปโหลดเฉพาะภาพที่คนชอบซื้อๆ กันด้วยครับ
เล่มนี้อยู่ในอ้อมกอดผมแล้วครับ และวันนี้ผมก็ทำเงินจากเว็บ stockphoto ได้แล้วด้วย ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับแนวทางทำเงิน ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนสร้างสรรค์ผลงานดีแบบนี้ ออกมาอีกเยอะๆ ครับ
ผมพึ่งได้หนังสือมาครับ อ่านจบเรียบร้อยครับ ได้ความรู้ดีมาก แต่หนังสือรู้สึกว่าจะพิมพ์ผิดเยอะไปหน่อยนะครับ หนังสืออ่านแล้วเข้าใจง่ายดีครับ แต่ผมมีข้อสงสัยนิดนึงครับว่า ถ้าเราถ่ายภาพเด็กเล็ก เราต้องขอใบยินยอมของทางเว็บมาด้วยรึเปล่า แล้วถ้าต้องขอต้องให้พ่อแม่เด็กเซ็นต์ให้รึเปล่าครับ
ถ้าแน่ใจว่า เด็กจะไม่มาฟ้องร้องอะไร คุณจะ make ใบขึ้นมาเองก็ได้ครับ เขาทำกัันบ่อยไป ที่มันต้องมีลายเซ็นอะไรพวกนี้ เพราะทางอเมริกาอย่างที่รู้ๆ ว่าคนอเมริกันอะไรนิดอะไรหน่อยก็ฟ้องกันวุ่นไปหมด มันเลยต้องรัดกุมหน่อย แต่สำหรับคนไทยอย่างเรา ถ่ายคนไทยด้วยกัน ขอแค่มีใบและลายเซ็นก็จบครับ ทำเป็นพิธีๆ ก็พอครับ
Leave a Reply