-
5
Oct
เมื่อคืนก่อนนอน ผมกำลังมองหาซื้อรองเท้าที่ค่อนข้างเป็นรุ่นเก่าและหาไซส์และสียากซักหน่อย ทำให้ต้องท่องไปตามร้านขายรองเท้าออนไลน์ E-Commerce ทั่วโลกเป็นสิบๆ อาจจะเกือบร้อย (ถ้านับเมื่ออาทิตย์ก่อนด้วย แหะๆ หายากจัง..) จนสุดท้ายก็ยังหาไม่ได้ แต่เวลาที่ใช้ไปก็ไม่ได้เสียเปล่าซะทีเดียวเพราะว่า…
สิ่งที่ผมพบก็คือ 1 ร้านใน 100 ร้าน (ประมาณนั้นเลย) เท่านั้นที่สนใจในเรื่อง SEO อย่างจริงจัง ส่วนร้านที่เหลืออาจจะสนก็จริง แต่ส่วนใหญ่ใช้กลยุทธ์ SEO เมื่อสมัยปี 1999 เก่าเลยทีเดียว อย่างการใช้ Meta Tag Keyword ที่ควรจะเข้าไปอยู่พิพิธภัณฑ์นานแล้ว แถมร้านอื่นอีกมากมายเป็นสิบๆ เว็บที่ยังใช้ Static (Web 1.0) ที่ทำให้ร้านคู่แข่งที่ใช้ Web 2.0 แซงทั้งทางตรงและทางโค้ง รวมทั้งข้างทางอีก โอย… ที่ว่าแซงนี่หมายถึงบน SERP ทั้ง Yahoo และ Google ทั้งหมด เว็บไหนเป็น Web 2.0 จะ Ranking ดีกว่าทั้งนั้น ถ้าวัดกันด้วยขนาดเว็บและอื่นๆ เท่ากันทุกอย่าง
(Web 2.0 ก็คือเว็บหรือบล็อกที่เราเห็นกันมากขึ้นในสมัยนี้ ที่สร้างมาในรูปแบบที่มีการอัปเดทเนื้ือหาอยู่อย่างสม่ำเสมอที่ไม่ตายตัว และเป็น Social ในตัวอย่าง DML หรือ WP, Blogger ที่เราๆ คุ้นเคยกันดีในสมัยนี้)
แล้ว….มันเกี่ยวอะไรกับเรา แน่นอนเกี่ยวแน่ๆ เพราะถ้าคุณคิดจะทำร้าน E-Commerce ขายสินค้าไปทั่วโลกซักร้าน แล้วรู้จักนำวิชา SEO มาใช้ในชีวิตประจำวันในการสร้างร้านขึ้นมาขายสินค้าซักอย่างให้ถึงที่สุด ผมเชื่อว่าทุกคนก็สามารถเป็นเศรษฐีออนไลน์ได้กับสินค้าต่างๆ มากมายได้ภายในเวลาไม่ถึง 3-4 เดือนอย่างแน่นอน และนั่นคือสิ่งที่ค้างคาใจของผมในวันนี้
บทความทำเงินที่เกี่ยวข้อง:
- รู้จัก Google Guru
- เมื่อ Facebook ท้าชิงตำแหน่ง Google..
- บริการโฆษณาออนไลน์และ Search Marketing
- ปรัชญา Google Ranking
Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.
- Published by JO-DML in: E-Commerce SEO Basic
- If you like this blog please take a second from your precious time and subscribe to my rss feed!




34 Responses to “100 ร้าน 1 SEO + Web 2.0”
ขอบคุณมากเลยครับ ทำให้เห็นได้ว่าการทำเงินบนโลกออนไลน์นั้นยังมีโอกาสอีกมากมายให้เราทำได้
สังเกตุว่าช่วงนี้ผมจะโพสเกี่ยวกับ E-Commerce บ่อย เพราะผมกำลังเปิดร้านของผมเองอยู่ และเห็นเลยครับว่ายังมีโอกาสอีกมากมายก่ายกอง ต่างจากยุคที่เขาบอกว่า E-Commerce จบไปแล้ว จริงๆ แล้วมันเพิ่งเริ่มต่างหาก
ขอบคุณมากครับ
ขายอะไรครับ
gadgets และเครื่องไฟฟ้า บอกได้แค่นี้ครับ
สวัสดีครับ
ผมอยากรู้ว่า หลักว่า BAsic ในการทำmarketting ที่ต้องทำทุกweek คืออะไรครับ ช่วยบอกที จากคนไม่รู้
โพสบทความ ซึ่งคือหัวใจหลักของ Web 2.0 สร้างเว็บให้ใหญ๋ขึ้น มีหน้ามากขึ้น มีบทความมากขึ้น มีลิงก์มากขึ้น ยังไงครับ ต่อไปก็จะเป็นการสร้างเครือข่ายให้มากขึ้น..
ขอบคุณครับ คุณโจ อยากรู้อีกอย่างครับ เรื่องรายได้ครับ เราได้จากส่วนต่างใช่ไหมครบ ไม่รู้ว่าพี่โจมีวิธีการจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไรครับ จากคนไม่รู้
ส่วนต่างแน่นอนครับ เยอะซะด้วย ยิ่งถ้าคุณหา supplier ที่ขายได้ถูกที่สุด ก็ยิ่งหาเงินได้เยอะขึ้นได้ง่ายขึ้น แต่ต้องดูที่ไว้ใจได้หน่อยนะ ดูจากใน tradekey ที่เป็นสมาชิกประเภท Gold หรือสมาชิกแบบจ่ายเงิน ส่วนใหญ่จะเชือถือได้
สรุปว่าเราตัองหาบทความมาลงให้มาก และลงอย่างสมำ่เสมอใช่ไหมค่ะ
ห้ามขาดตอน หนักเหมือนกันนะ
ใครติดต่อคุณอนุชาบ้างครับ…
ติดต่อทางเทมลล์ไหนครับ
มองไม่เห็นจริงๆ เหรอครับ (ในหน้า homepage ไงครับ)
แล้ว คุณ อนุชาเอาของมาจากโรงงานไทย ส่งไปเหรอครับ
หรือ เอาของจาก ตปท นำเข้ามา และ ซื้อเยอะแค่ไหนครับ
ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ครั เข้าใจผิดแล้ว ของต้องมาจากจีนสิครับ ไม่งั้นแพงตายเลย เยอะแค่ไหน ไม่เยอะครับ ครั้งละ 1-20 ชิ้น แล้วแต่งบประมาณของคุณเลย เริ่มจากนั้อยๆ ก่อนแล้วพอเงินเริ่มเข้ามาก็ซื้อเพิ่มต่อทุนไปเรื่อย หรือจะทำอีกแบบคือ เป็นแค่ตัวกลาง (Dropship) คือให้ supplier เป็นผู้ส่งสินค้าให้ คุณก็ทำตัวเองให้เป็นหน้าร้านของ supplier ต่างๆ
คุณอนุชาใช้ของนำเข้าจากจีน มาทำตลาดในเมื่อไทยหรือว่าทำตลาดในต่างประเทศครับ
ถ้าทำตลาดในเมืองไทย จะมีปัญหาเรื่องภาษีไหมครับ
ภาษีไม่เท่าไหร่หรอกครับ ถ้าไม่ได้สั่งทีละเยอะมากแบบ 50-100 ชิ้น แต่ถึงแม้จะโดนภาษีก็ยังกำไรอยู่ดี เพราะของจีนถูกมากอยู่แล้ว
แต่ถ้ากลัวเรื่องภาษี ก็ทำอย่างที่บอกคือไม่ต้องรับสินค้ามา Stock ให้เปลืองเงิน แค่ทำร้านออนไลน์ ทำ SEO ดีๆ แล้วเวลามีลูกค้ามาซื้อ คุณก็สั่งโรงงานทีจีนให้้ส่งสินค้าให้ ก็สิ้นเรื่อง ลูกค้าเป็นคนจ่ายภาษีเองอยู่แล้ว
ขอถามนิดนึงนะครับ พอดีเพิ่งคิดจะทำการค้า ค้าเราสั่งสินค้าเข้ามา stock ไว้ต้องเสียภาษีนำเข้าเท่าไรล่่ะครับ
และอีกข้อถ้าเราทำการ SEO อย่าที่แนะนำ เราจะบอกรู้ค้าก่อนใช้ไม่ครับว่าสินค้าไม่รวมภาษี
มีอะไรช่วยแนะนำหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
ถ้าสินค้าเยอะๆ คงต้องติดต่อกับบริษัท shipping น่าจะเหมาะกว่า แต่ผมเองเคยเอามาขายไม่เคยเสียภาษีครับ เหมือนซื้อมาครั้งละ 10-20 ชิ้น เหมือนของใช้เองมากกว่า
แนวทางในการติดต่อ โรงงานทีจีน จะเริ่มต้นยังไงครับ
แนะนำหน่อยครับ
ติดต่อของใบราคาจากโรงงานต่างๆ ก่อนครับ
ผมก็คิดว่าซักวันคงบินไปจีน ไปหาสินค้ามาขายซักอย่างบ้างแล้ว
ถ้าขายก็อย่าลืม เปิดเว็บแล้วทำเว็บเป็น 44 ภาษา จะได้ขายได้ทั่วโลก
ไม่ต้องบินไปหรอกคับ หากลุ่มลูกค้าให้ได้ก่่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำคัญกว่าการหาสินค้าด้วยครับ
ถามคุณ โจ หน่อยครับ การไปสัมนานี้ หรือ ไปอ่านที่ alibaba เองดีกว่าครับ
http://www.thaiebayuser.com/forum/index.php?topic=3023.0
“ถามคุณ โจ หน่อยครับ การไปสัมนานี้ หรือ ไปอ่านที่ alibaba เองดีกว่าครับ
http://www.thaiebayuser.com/forum/index.php?topic=3023.0”
น่าสนใจครับ
ยิ่งได้ความรู้จากหลายๆ ทางก็ย่อมดีมากเท่านั้นครับ ถ้ามีเงินเหลือเก็บ แบบไม่ถึงกับต้องอดข้าว ก็น่าไปนะครับ
มีบริษัทนำเข้าที่คุณอนุชาแนะนำไหมครับเพราะผมเคยติดติอแล้วทางบริษัทให้โอนเงินให้ก่อนผมเลยไม่แน่ใจว่าจะได้ของหรือไหม
มันขึ้นอยู่กับว่าสินค้าอะไรด้วยครับ แต่ละที่ก็ขายสินค้าไม่เหมือนกัน ผมหมายถึง supplier นะครับ ถ้าไปที่ alibaba tradekey ก็จะเห็นว่ากลุ่ม supplier ที่น่าเชื่อถือจะรับเงิน paypal และ เป็นสมาชิกแบบเสียเงินปีละเป็นหมื่น เช่น gold member (แต่ละที่จะเรียกสมาชิกแบบจ่ายเงินต่างกันไป)
สวัสดีครับผม อ่านหนังสือของอาจารย์แล้วดีมากเลยฮะ อิอิ
ผมไม่เห็นอาจารย์ตอบกลับมาเลยฮะ ทางอีเมล เลยลองมา คอมเม้นที่นี่
คุณอนุชาไปไหนครับไม่เห็นมาอัปเดตเลย
ขอบคุณมากครับ เพิ่งจะหาเวบเจอ จะแวะมาอ่านบ่อย ๆ มีประโยชน์จริง ๆ
บทความนี้สุดยอดเลยครับ….คนไทยในตอนนี้ก็ยังรู้จักความสำคัณในการโปรโฒทเว็บน้อยอยุ่ครับคิดว่ามีเวบไซต์ไว้โชก็พอแต่ไม่ยอมศึกษาและหาวิธีการโปรโมทซึ่งเปนวิธีการหาลูกค้าอีกช่องทางหนึ่งของตนเองเลยครับ
อยากให้คุณโจทำ ebook เรื่องนี้ครับ
Leave a Reply