สำหรับผู้ที่ทำ adsense อยู่แล้วคงเข้าใจถึงความยากลำบากกว่าจะให้ได้มาซักคลิกนึง แน่นอนครับมันยากเพราะเราหลายคนเข้าใจอะไรผิดหลายๆอย่าง ไม่่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่ให้กับมัน หรือ ความสม่ำเสมอในการดูแลเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่มีงานประจำทำ หรือมีงานอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องรวมถึงเราเกือบทุกๆคน

 

ตัวผมเองกว่าจะได้เห็นเงินกับ adsense (เมื่อครั้งตอนเขียนหนังสือเล่มสัม) ก็ใช้เวลาgoogle_ebayประมาณ 4-5 เดือน  และก่อนหน้านั้นก็ต้องใช้เวลาโปรโมท และก็อัปเดทบทความอยู่ตลอด แต่พอได้มา $3-4 เหรียญต่อวันต่อสองสามบล็อกก็รู้สึกหายเหนื่อยทันที แม้จะเป็นเงินไม่มากก็ตามที ทีนี้ลองมาคิดดูว่า ถ้าเราขายสินค้าออนไลน์ล่ะ มันจะสามารถทำเงินให้คุณได้เร็วขึ้นหรือช้าลง หรือยากง่ายกว่าอย่างไรบ้าง

 

นอกจากทำ adsense แล้วผมก็ขายสินค้าอยู่ใน ebay และ ioffer ซึ่งพักหลังมานี้ ทำให้เข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องรายได้ที่ได้มาง่ายกว่าการทำ adsense ทั้งความเร็วในการรับเงิน (ขายปั้ปได้แทบจะได้เงินเข้ากระเป๋าทันที) และจำนวนเงินที่ได้ก็เป็นกอบเป็นกำ ไม่กระปริดกระปรอย คุณอาจจะบอกว่าทำ adsense นั้นง่ายกว่า เพราะคนเข้ามาคลิกก็ได้เงินแล้ว  ใช่ครับง่ายกว่าถ้าเปรียบเทียบกับการขายสินค้าให้คนอื่นแบบ affiliate เช่น amazon เพราะนอกจากจะต้องคลิกแล้ว ก็ต้องคลิกอีกหลายคลิกกว่าจะถึงจุดที่ต้องจ่ายเงิน จริงๆ ซึ่งระหว่างทางนี้เอง คนเรามักจะเปลี่ยนใจได้ง่าย ไม่เหมือนกับคลิกแล้วได้เงินทันที Read the rest of this entry…

10 com

คำถามนี้ใครๆก็ต้องเคยสงสัย ผมเองก็เคยสงสัย และสงสัยอยู่เป็นปี แต่ก็ได้คำตอบในที่สุด ที่กว่าจะได้มาก็ต้องแลกกับเวลาและความพยายามค่อนข้างมากทีเดียว

สิ่งแรกเลยที่เป็นปัญหาของคนไทยที่ทำ AdSense แล้วไม่ได้เงินคือ การเลือกคีย์เวิร์ดผิดๆ เลือกคีย์เวิร์ดที่ค่าคลิกน้อย แต่นั่นก็ไม่เท่ากับความอดทนที่มีน้อย และใจร้อนเกินไป คนส่วนใหญ่จะชอบคิดไปว่าการหาเงินทางเน็ตนั้นจะต้องเป็นอะไรที่เร็วทันใจ ทำวันนี้ได้อาทิตย์หน้าอะไรอย่างนี้ ซึ่งนั่นเอง ผมว่าถ้าขายของออนไลน์ก็ไม่แปลกหรอกครับ ถ้ารู้ว่าจะขายอะไรแล้วขายได้ ก็จะได้เงินเร็วแน่นอน แต่ไม่ใช่ AdSense แน่นอน แม้เว็บปั่นก็ตามยังต้องรอเป็นเดือนเลยกว่าจะเห็นผลที่น่าพอใจแบบเป็นรูปธรรมจริงๆ Read the rest of this entry…

one

ทุกเช้าที่ผมตื่นขึ้นมา ก็จะมีกำลังใจทำงานอยู่ประมาณ 4-5 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเริ่มคิดอะไรไม่ออก ก็ต้องเริ่มหาอะไรให้สมองคิดไปในเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องงานซักพัก ซึ่งก็ช่วยให้อยากเดินกลับมาที่โต็ะทำงานเพื่อเริ่มทำงานต่อได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ ไม่สังเกตุกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองมากพอ ไม่พอที่จะทำให้คิดหาทางออกเมื่อรู้สึกหงุดหงิดหรือคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ดันทุรัง คิดต่อ…

สิ่งที่ผมจะฝากไว้ในโพสนี้ก็คือ กำลังใจในการทำงานและการดำเนินชีวิตครับ เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกท้อถอย หรือคิดอะไรไม่ออก ขอให้คุณรู้ว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนในแต่ละวัน แต่มันจะส่งผลดีหรือแย่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะตอบสนองยังไงมากกว่า คำแนะนำเดียวที่ดีที่สุดของที่ผมใช้ได้ผลคือ การพักไปคิดเรื่องอื่นๆครับ สมองเราทนทานกับความคิดในเรื่องๆเดียวได้ไม่นานหรอกครับ คิดเรื่องอื่นซักพักแล้วกลับมาทำงานต่อ หรือกลับมาคิดแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่เมื่อกี้คิดไม่ออก หลังจากที่คุณใช้สมองคิดเรื่องอื่นๆบ้าง แล้วกลับมาใหม่ มันจะทำให้คิดออกมากขึ้นแน่นอนครับ เพราะมันเป็นกฎของธรรมชาติที่เราหนีไม่พ้น แต่เราทุกคนสามารถแก้เกมส์มันได้ ถ้าเรารู้ทันการทำงานของสมองเราครับ

บางครั้งการได้อ่านหนังสือดีๆซักเล่มก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน เวลาผมเดินไปเห็นหนังสือที่แผงแล้วเจอสิ่งที่ต้องการ มันค่อนข้างตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่าจะได้กลับไปที่บ้านเพื่อได้อ่านอะไรใหม่ๆ เพื่อให้เกิดกำลังใจในชีวิตต่อไป หนังสือที่ผมชอบอ่านและซื้อมากที่สุดคือหนังสือที่ให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต หรือถ้าเป็นหนังสือเทคนิคต่างๆ ก็จะดูว่าผู้เขียนๆแบบหุ่นยนต์หรือเขียนแบบมนุษย์ที่มีหัวใจ เพราะความรู้ผมว่ายังไงมันก็ต้องมีอยู่ในหนังสือทุกๆเล่มอยู่แล้ว แต่กำลังใจนี่สิ ที่ทุกคนต้องการที่สุด

8 com

qumanaหลายวันมานี้ผมใช้เวลาไปกับการทำบล็อกนี้มากจนเหลือเชื่อ (ปกติทำแต่บล็อกฝรั่งหากินกับ PPC) ที่ช้าไม่ใช่เพราะภาษาไทยหรอกครับ แต่เพราะหน้าควบคุมการทำงานของ wordpress โหลดช้าสุดๆ แบบว่าเดินไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านประมาณ 9 ต้น 10 ต้น ต้นกลางๆไม่สูงมากหรอกครับ (จะบอกทำไม) กลับมามันยังโหลดไม่เสร็จเลย ลองเล่นเว็บอื่นๆก็ปกติดี น่าหงุดหงิดใจมาก คิดหลายครั้งว่า จะเปลี่ยนไปใช้ Joomla หรือ OScommerce จะดีกว่าหรือไม่ แต่ก็ลองเปลี่ยนไปแล้วนะ ไม่ใช่ไม่ลอง แต่ก็ต้องกลับมาตายที่ wordpress เจ้าเก่า เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่ามันอีกแล้ว แถมเราถนัดที่สุดด้วย นั่นแหละที่สำคัญ  ก็เลยเป็นเหตุให้คิดอะไรบางอย่าง คือลองหาวิธีแก้ไข แต่ก็นั่นแหละครับ wordpress เปลี่ยนเวอร์ชั่นอยู่เรื่อยๆ ไอ้วิธีแก้ไขมันก็ไม่ได้เวิร์คกับทุกๆเวอร์ชั่นเลย เช่นเว็บนี้ ที่ให้แก้ที่ cron.php ไฟล์ how to fix wordpress admin panel slowness ซึ่งใช้ได้กับแค่ wp 2.5 เท่านั้น เราใช้ 2.7 แล้ว อะไรล่ะจะช่วยได้ อืม…ในหนังสือ wordpress ของผมก็ไม่ได้บอกเอาไว้ด้วยสิ เพราะผมเพิ่งค้นวิธีเจอไม่นานนี้เอง Read the rest of this entry…

6 com

เขาว่าไว้ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่ใจ (เอ้ย อยู่ที่นั่น)” ในที่สุดผมก็ได้รู้ซึ้งกับตัวเองแล้วว่า จริง แต่เหนื่อยมากกว่าจะได้มาขอบอก

เช็คที่คุณเห็นอยู่นี้คือผลพวงของการทำ AdSense ที่ได้รวบรวมทั้งวิชามาร และวิชาขาวเอาไว้ด้วยกัน ส่วนหนึ่งผมได้ Roadmap จากหนังสือ Advanced AdSense ของสำนักพิมพ์ Witty ช่วยนิดหน่อย และเล่มส้มเล่มเมื่อปีกว่าๆของคุณ อนุชา (ให้เครดิตซักหน่อย) ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมทำมาจนวันนี้ อ้อ และแนะนำให้ผมรู้จักกับ..ที่ขาดไม่ได้คือ thaiseoboard ครับ ความรู้บานจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ใช้สคริปโน่นบ้างนี่บ้างครับ โดยเฉพาะ BlogSolution และ Roadmap ที่ต่างกัน สะสมมาได้ประมาณ 5 Roadmap ทั้งหมด และลงมือทำจริงๆ Read the rest of this entry…

16 com

เนื้อหาของข้อผิดพลาดทั้ง 5 นี้มาจากบางตอนของหนังสือ Blog Marketing ที่กำลังจะวางตลาดเดือนหน้า ผมเลือกเอาข้อมูลที่สำคัญๆที่ไม่ใช่สำหรับคนมือใหม่ซักหน่อย เพราะหนังสือเล่มนี้ เป็นเล่มที่ต้องขอบอกว่า สำหรับผู้เริ่มต้นจริงๆ ผู้ที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับบล็อกและการโปรโมทหรือทำตลาดด้วยบล็อก ไปดูกันเลยครับ

 

1/ เลือกสินค้าที่จะขายก่อนเลือก Niche

การวิเคราะห์ตลาดก่อนจะขายอะไรซักอย่างเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการทำยอดขายให้ได้มากๆที่จะพบเลี้ยงชีพได้ การนึกจินตนาการเอาเองง่ายๆว่าอยากจะขายอะไรก็เลือกมาขายคือความผิดพลาดที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มากมายได้ผ่านมาแล้ว

 

2/ เลือก Niche ที่ไม่มีความรู้

ส่วนตัวผมเป็นคนเล่นดนตรี ถ้าผมเลือกนิชที่เกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องตัดหญ้าด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นนิชที่มีมูลค่ามากกว่านิชเครื่องดนตรี ไม่ว่าจะเป็นส่วนแบ่ง commission หรือค่าคลิกต่างๆในการทำ AdSense มันก็จะเป็นความผิดพลาดที่จะทำให้ผมจบชีวิตการทำบล็อกได้ในเวลาไม่ถึง 3 เดือน เพราะผมจะเบื่อที่จะพูดถึงเครื่องตัดหญ้าซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัดและไม่ชอบ แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเลือกนิชที่มีความรู้โดยตรง แต่พอให้รู้บ้าง ชอบบ้าง สนใจบ้างก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ

 

3/ ใช้เวลาในการหา Niche เร็วเกิน

หลายคนอยากจะรีบทำเงินกับบล็อกให้เร็วที่สุด ผมก็เป็นครับ ใครล่ะไม่อยากได้ผลตอบแทนเร็วๆ มันอึดอัดครับ นั่งทำงานทุกวันทั้งวัน แต่ยังไม่ได้เงินซักที แต่การเร่งรีบในการหานิชโดยไม่ศึกษาให้ถ้วนถี่ก่อนก็จะนำไปสู่หายนะของการเหนื่อยฟรีในที่สุด

 

4/ หาคีย์เวิร์ดเดี่ยวๆมาทำ ranking (single keyword phrase)

ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจจะไม่แปลกอะไรในการที่จะหาคีย์เวิร์ดโดนๆมาซักคำหรือประโยคสั้นๆ (keyword phrase) นำเอามาทำ Ranking ให้เว็บเพจซักหน้า แต่สมัยนี้ถ้าจะให้คีย์เวิร์ดที่หามาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ทำ Ranking ได้ผลดี) ในการทำ Ranking ให้เว็บเพจซักหน้า คุณจะต้องหาคีย์เวิร์ดนิชที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกันมาซัก 3-4 นิช (ดูบทที่ 6) ทำไม? คุณถาม ก็เพราะว่าระบบวัด Ranking ของ Search Engine จะมีระบบที่เรียกว่า Latent Semantic Indexing(LSI) ฟังดูเทคนิคซักนิด แต่จำเป็นมากต่อการทำ SEO เพราะ LSI จะตรวจจับจำนวนความหลากหลายของนิชคีย์เวิร์ดที่คุณใช้ต่อหน้าเว็บเพจ ถ้าคุณใช้แค่คำเดียว (single keyword/ phrase) แทนที่จะเป็นสองสามคำ (related keywords) มันก็จะเป็นผลทำให้ Ranking ของคุณต่ำกว่าคนอื่นที่มีการใช้คีย์เวิร์ดมากกว่าหนึ่งคำมาทำงาน หรือพูดให้ง่ายๆภาษาชาวบ้านก็คือ เดี๋ยวนี้ Search Engine ไม่โง่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ในการดูว่าเว็บเพจไหนตรงกับสิ่งที่คนค้นหามากที่สุดด้วยการวัดค่าจากแค่คีย์เวิร์ดเดียว แต่จะวัดจากการเอาคีย์เวิร์ดหลายๆตัวในบทความจากเว็บเพจมารวมกันแล้ววัดค่าความใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้ใช้ Search Engine ต้องการค้นหา เช่น ถ้าเว็บเพจหน้าหนึ่งมีคำว่า home, lend, morgage ก็จะทำให้ Search Engine รู้ว่ามันคือเพจเกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน หรือ health, auto, life ก็จะแปลว่าเป็นเพจเกี่ยวกับประกันชีวิต

 

ดังนั้น ผมทำเว็บเพจหน้าหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสิว ผมก็ควรจะไปที่ Google Keyword Suggestion Tool (บทที่ 6) แล้วพิมพ์คำว่า “acne treatment” เข้าไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะมีคีย์เวิร์ดให้เลือกใช้อีกหลายๆตัวที่มีความหมายเหมือนๆกันหรือสอดคล้องกัน เช่น acne skin treatment, laser acne treatment, face acne และอีกมากมาย ที่ผมควรเลือกสัก 3-4 อันที่มีความหมายสอดคล้องจริงๆที่สุด เอามาใส่ไว้ในบทความในเว็บเพจ ซึ่งคีย์เวิร์ดเหล่านี้จะเอามาคำนวณจำนวนที่ต้องใส่ (keyword density) ให้นับมันเป็นคำๆเดียวกันครับ ส่วนจำนวนความซ้ำในการใส่คีย์เวิร์ด ควรใส่เท่าไหร่ ย้อนดูในบทที่ 6 ได้ครับ

 

5/ เลือกนิชหมวดหมู่ Internet Marketing

สิ่งนี้เป็นความผิดพลาดที่แม้แต่เหล่าเซียนบล็อกเกอร์ทั้งหลายก็ได้เจอกันมาแล้วทั้งนั้น ด้วยการเลือกนิชที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหาเงินทางเน็ต หรือการตลาดในโลกออนไลน์ทั้งหลาย หรือเรื่องอะไรก็ตามที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนพวกเดียวกันกับเรา เรื่องเหล่านี้ไม่มีใครคลิกโฆษณากันแน่นอน ลองคิดสิว่าครั้งสุดท้ายที่คุณคลิกโฆษณามันเมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าหลายคนแทบจะไม่เคยคลิกเลยด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็น เพราะเราทุกคนรู้ว่ามันเป็นโฆษณา และพวกก็มีเป้าหมายในการเข้าเน็ตมาเพื่อหาเงินไม่ใช่การหาซื้อสินค้าหรือบริการแน่นอน นิชที่จะทำตลาดได้ควรจะเป็นนิชที่มีโอกาสการคลิกสูง ที่เป็นนิชประเภทที่มีเนื้อหาไกลตัวจากงานออนไลน์ต่างๆของพวกเรา เช่น การออกเดท, การเลือกซื้อรถเข็นเด็ก, การทำผม, การแต่งหน้า, เสริมสวย, ดูแลร่างกาย ฯลฯ คือต้องไม่ใช่เรื่องจำพวกเทคนิคทางการตลาดออนไลน์หรือหาเงินออนไลน์เด็ดขาด ถ้านึกไม่ออกให้จินตนาการไปถึงว่าเด็กอายุสิบห้า, คุณอาคุณป้าคุณน้าอายุ 25-60 ขึ้นไป เค้าหาข้อมูลอะไรกันบนเน็ตบ้าง ถ้าให้ชัวร์ว่านิชไหนคนคลิกมาก คนคลิกกันน้อย และวันๆหนึ่งมีการใช้จ่ายกับนิชนั้นๆไปกับการโฆษณาเท่าไหร่ (ยิ่งมากยิ่งดี) คุณก็คงต้องใช้ Google Traffic Estimator 

2 com
  1. Recent
  2. Articles
  3. Comments

DML Sponsors

ad

archives

Tags

AdSense affiliate Amazon Assoiciates anucha book autoblog blogger blog marketing blogspot chitika cj ClickBank commission junction domain name dublicate content eBay Google Google Adsense ioffer long tail niche plugin ranking roadmap seo SEO Basic unique content wordpress wordpress plugin คีย์เวิร์ด คีย์เวิร์ด นิช จดโดเมนเนม ทำอันดับ google นายหน้าออนไลน์ นิช นิชคีย์เวิร์ด บล็อก บล็อกเกอร์ รวยด้วย seo หนังสือ ioffer หาเงิน หาเงินกับ Blogger หาเงินด้วยบล็อก อนุชา ลีวรกุล เลือกเว็บโฮสติ้ง โดเมนเนม

 

December 2008
M T W T F S S
    Jan »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031